รู้รอบ Melamine (เมลามีน)

รู้รอบ Melamine (เมลามีน) รู้รอบ Melamine (เมลามีน) สมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทย สิงหาคม 2550 1. Melamine คืออะไร เป็นสารอินทรีย์ที่ละลายน้ำได้เล็กน้อย ลักษณะเป็นผงสีขาว มีสูตรเคมีคือ C3H6N6 มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบสูงถึง 66 % โดยมวล จากคุณสมบัติของ melamine ที่มีไนโตรเจนสูง จึงมีการใช้ melamine ผสมในวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่เป็นแหล่งโปรตีน เพื่อช่วยเพิ่มค่าไนโตรเจนที่ไม่ใช่โปรตีนที่แท้จริง 2. การปนเปื้อน Melamine ในอาหารสัตว์เลี้ยงจากจีน จากประเด็นที่สหรัฐอเมิรกา (US) ตรวจพบเมลามีนในอาหารสุนัขและอาหารแมวจากจีน ในเดือนมีนาคม 2550 ผลกระทบคือ มีการเรียกคืนอาหารสัตว์จากจีนในสหรัฐมากกว่า 100 ยี่ห้อ และส่งผลให้สหภาพยุโรป (EU) ออกมาตรการให้ประเทศสมาชิก EU-27 ตรวจเข้ม ณ ด่านนำเข้าเพื่อหาการปนเปื้อนของเมลามีนใน wheat gluten, corn gluten , corn meal , soy protein, rice bran และ rice protein concentrate (ปนเปื้อน)ที่นำเข้าจากประเทศที่สามโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากจีน (ที่มา: สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรฯ ประจำสหภาพยุโรป) ตั้งแต่ Menu Food เริ่มทำการเรียกคืนอาหารน้องหมาจากการ contaminate ของ wheat gluten ที่ทางบ.สั่งซื้อมาจาก supplier ในประเทศจีน ก่อให้เกิดการตายและป่วยของสุนัขอย่างมากมายในอเมริกา และจากนั้นก็เริ่มมีการ …

Posted in บทความทั่วไป | ไม่ให้ใส่ความเห็น

รักยิ่งใหญ่จากใจแม่

รักยิ่งใหญ่จากใจแม่ รักยิ่งใหญ่จากใจแม่ แบกลูกขึ้นหลังส่งเรียนถึงมหาวิทยาลัย โดย ผู้จัดการออนไลน์ เนื่องจากการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อบกพร่องมาตั้งแต่กำเนิด ส่งผลให้หวงเสี่ยว์จวินต้องให้ซีสุ่ยอิงผู้เป็นแม่ แบกขึ้นหลังไปโรงเรียนมากว่า 13 ปี ตั้งแต่เริ่มเข้าโรงเรียนอนุบาล ประถมศึกษา จนกระทั่งจบมัธยมศึกษา และวันนี้ด้วยคะแนนสอบ 587 คะแนนในแผนวิทย์ ส่งผลได้เสี่ยว์จวิน ได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยโพลีเทคนิกเจ้อเจียง ให้เข้ารายงานตัวเป็นนักศึกษา แม่ของเขากล่าวอย่างภาคภูมิ ว่าจะแบกลูกชายคนนี้ไปเรียน จนกว่าจะจบมหาวิทยาลัยอย่างแน่นอน ซีสุ่ยอิงผู้เป็นแม่แบกลูกชายคนเดียวไปเรียนมานานกว่า 13 ปี ตั้งแต่เริ่มเข้าโรงเรียนอนุบาล จนกระทั่งจบมัธยมศึกษา และวันนี้ผลของความพยายาม หวงเสี่ยว์จวิน ได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยโพลีเทคนิกเจ้อเจียง คำถามหนึ่งที่หลายคนอยากจะถามซีสุ่ยอิง คือ แรงผลักดันดันใดกัน ที่ทำให้แม่คนหนึ่งยินยอมพร้อมใจ มาเป็นเท้าทั้งสองข้างของลูกชาย ซึ่งต้องเดินทางจากถนนเล็กๆ บนภูเขาซึ่งเฉอะแฉะไปด้วยโคลนตมจนกระทั่งขึ้นมาสู่ตึกใหญ่ในเมืองทีละชั้น ละชั้น เป็นอย่างนี้มากว่า 10 ปี ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด แต่คาดว่าคำตอบของคำถามนี้ จะต้องเต็มไปด้วยความรักที่เปี่ยมล้นอย่างแน่นอน ซีสุ่ยอิง ตรงหน้า คือหญิงชาวบ้านที่แต่งกายเรียบง่ายคนหนึ่ง เธอเป็นชาวเมืองฟู่หยัง ซึ่งคำตอบของคำถามข้างต้น ก็ออกมาจากปากของเธออย่างเรียบง่าย ทว่าหนักแน่นว่า“ฉันดูทีวียังไม่เข้าใจ อ่านหนังสือพิมพ์ยิ่งอ่านไม่ออก แต่ฉันไม่มีทางยอมให้ลูกชายพิการของฉันเป็นอย่างที่ฉันเป็น” หลังจากนั้น ซีสุ่ยอิง ได้เล่าถึงเส้นทางชีวิตอันยากลำบาก ที่ต้องฝ่าฟันของเธอกับลูกชายคนเดียวว่า “ตอนนั้น คนในหมู่บ้านพากันเตือนฉันว่า ลูกชายพิการถึงขนาดนี้แล้ว เอาไปทิ้งที่สถานีรถไฟให้คนอื่นมาเก็บไปเลี้ยง อาจจะดีกว่า”แน่นอนว่าซีสุ่ยอิงไม่เห็นด้วย เธอยังคงก้มหน้าก้มตาแบกลูกชายขึ้นหลัง เพื่อไปเข้าเรียนอนุบาล ไปเข้าเรียนชั้นประถม… ต่อไป และต่อไป ทั้งนี้ ซีสุ่ยอิง ไม่เคยลืมโรงเรียนมัธยมที่สองแห่งเมืองฟู่หยัง ที่ให้ความช่วยเหลือเธอและลูก ด้วยการให้ห้องพักฟรีแก่สองแม่ลูกหนึ่งห้อง นอกจากนั้นยังรับซีสุ่ยอิงเข้าเป็นพนักงานทำความสะอาดของโรงเรียนอีกด้วย กระนั้น ในเวลาประมาณ 6 โมงเช้าของทุกๆ วันเรียน ซีสุ่ยอิงจะต้องแบกลูกชายจากห้องพักชั้น 3 …

Posted in บทความทั่วไป | ไม่ให้ใส่ความเห็น

รักยิ่งใหญ่จากหัวใจดวงน้อยของ “หนีตงเยี่ยน”

รักยิ่งใหญ่จากหัวใจดวงน้อยของ “หนีตงเยี่ยน” “แม่ ทำไมถึงลงไปอยู่ที่พื้น” หนีตงเยี่ยนวางกระเป๋าหนังสือไว้ที่ประตูหน้าบ้าน ก่อนจะรุดเข้าไปประคองเฉินอ้ายเอ๋อ ผู้เป็นแม่ให้ลุกขึ้น ณ หมู่บ้านฟางเจีย อำเภอเอ๋อฉือ หมู่บ้านที่ยากจนที่สุดของเมืองเฉียนเจียง นครฉงชิ่ง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน หนีตงเยี่ยน เด็กหญิงวัย 8 ขวบ รูปร่างแคระแกนกว่าเด็กรุ่นเดียวกัน ประคองแม่ให้ลุกขึ้น ขณะที่ตนเองก็ไอไม่หยุด ในวันที่หิมะเริ่มละลายเช่นนี้ เสื้อไหมพรมบางๆ เพียงตัวเดียวกับเสื้อกั๊กผ้าสำลีตัวโคร่งที่ใส่อยู่ แม้กระทั่งรองเท้าบู๊ท ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งของที่ได้จากการบริจาค คงไม่ช่วยป้องกันความหนาวเย็นได้สักเท่าใด อากาศยังหนาวอยู่ เตรียมฟืนไว้ก่อไฟ เพิงไม้ผุพังคือบ้านของสองแม่ลูกชาวเผ่าถู่เจียคู่นี้ ภายในอืมครืม ใต้หลังคาแขวนเนื้ออบอยู่ 2-3 ชิ้น หนีตงเยี่ยน บอกว่ามันเป็นของขวัญเพียงอย่างเดียวที่พ่อทิ้งไว้ให้ครอบครัวก่อนจะจากไป “แม่ นอนบนเตียงสิค่ะ อย่าลงไปคลานที่พื้น” หนีตงเยี่ยนพูด เฉินอ้ายเอ๋อ แม่ของหนูน้อย มีความพิการทางสมองนอกจากนี้ร่างกายท่อนล่างยังเป็นอัมพาต เมื่อเวลาที่จะเคลื่อนตัวไปข้างหน้า จึงต้องใช้ไถลำตัวไปกับพื้น หากจะยืนขึ้นก็ต้องจับขอบกำแพงและออกแรงเต็มที่เพื่อพยุงตัวขึ้น “แม่เป็นแบบนี้แหละ วันเดียวเสื้อผ้าก็สกปรกหมดแล้ว เสื้อผ้าของ 2 วันแล้วที่แล้วก็ยังไม่ได้ซัก จะเอาเวลาที่ไหนมาซัก ไหนจะต้องทำกับข้าว ไหนจะต้องทำการบ้าน” หนูน้อยพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเหมือนกับโกรธตัวเองที่ดูแลแม่ได้ไม่ดี เฉินอ้ายเอ๋อ มองดูลูกสาวร้องไห้แล้วยิ้ม ก่อนจะพูดว่า “หิว” เมื่อนักข่าวถามว่า อายุเท่าไรแล้ว เฉินอ้ายเอ๋อ ก็ไม่ตอบเอาแต่ส่ายหน้าขณะที่ ตาก็จ้องเขม็งไปที่ถุงแป้งมัน ซึ่งห้อยอยู่ที่ข้างเตา หนูน้อยเอ่ยว่า “หนูจะทำให้แม่ทานก่อน” กระทั่งทุกวันนี้หนูน้อย ยังไม่รู้ว่าหนีเยี่ยว์จง พ่อของเธอจากโลกนี้ไปด้วยโรคอะไร รู้แต่เพียงว่าพ่อเป็นเสาหลักของครอบครัว พ่อทำทุกอย่างตั้งแต่ทำนาจนถึงงานบ้าน “แม่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย แต่พ่อรักหนูมาก ชอบจับหนูนั่งที่ตักและเล่านิทานเสือกับกระต่ายน้อยให้ฟังเสมอ” เนื่องจากความยากจนข้นแค้น ทำให้หนีเยี่ยว์ตง พ่อของหนีตงเยี่ยนไม่มีโอกาสแต่งงาน จนกระทั่งอายุ 58 ปี …

Posted in บทความทั่วไป | ไม่ให้ใส่ความเห็น

หากคุณกำลังคิดว่าคุณเป็นคนโชคร้าย …

หากคุณกำลังคิดว่าคุณเป็นคนโชคร้าย … ถ้าคุณคิดว่าลำบากหรือเครียดหนัก…ลองดูรูปนี้ ถ้าคุณคิดว่างานของคุณหนักหนาสาหัส แล้วเด็กคนนี้ล่ะ…. ถ้าคุณคิดว่าคุณได้รับเงินเดือนน้อย แล้วเด็กน้อยคนนี้เป็นอย่างไร… ถ้าคุณคิดว่าคุณไม่ค่อยมีเพื่อน…ถามตัวเองถ้าเรามี เพื่อนที่ซื่อสัตย์ต่อเราอย่างเช่น..หมาในรูปนี้ ถ้าคูณคิดว่าการเรียนของคุณหนักไม่อยากเรียนแล้ว…ดูภาพเด็กหญิงตัวน้อยๆ คนนี้ไว้ ถ้าคุณคิดท้อถอยอยากจะยอมแพ้… คิดถึงรูปผู้ชายคนนี้ ไว้ ถ้าคุณคิดว่าชีวิตนี้มีแต่ความลำบาก… คุณลำบากเหมือนชายคนนี้ไหม… ถ้าคุณชอบบ่นเรื่องการเดินทาง…. ดูพวกเขาเดินทางในรูปนี้สิครับ… ถ้าคุณคิดว่าสังคมที่คุณอยู่ไม่ยุติธรรม….แล้วคุณยายคนนี้ล่ะครับ… จงมองโลกในแง่ดีเสมอ..ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น…… อีกสักนิด…..

Posted in บทความทั่วไป | ไม่ให้ใส่ความเห็น

พบสองตายายเปิดขายข้าวแกงบุฟเฟต์ อิ่มละ 25 บาท

พบสองตายายเปิดขายข้าวแกงบุฟเฟต์ อิ่มละ 25 บาท คนตกงานกินฟรี ระยอง – บั้นปลายชีวิต 2 ตายายเมืองระยอง เปิดร้านขายข้าวแกงบุฟเฟต์ อิ่มละ 25 บาท คนตกงานให้กินฟรี ด้วยความสงสารที่ว่า มนุษย์เราท้องต้องอิ่ม เพื่อต่อสู้กับงานในยุคข้าวยากหมากแพง ป้าปุ๊ก-ลุงข้วน ผู้สื่อข่าวรายจากจังหวัดระยอง ว่า ได้พบ “ป้าปุ๊ก-ลุงข้วน” สองตายายอายุรวมกันได้ 142 ปี ยึดอาชีพขายข้าวแกงบุฟเฟต์ อิ่มละ 25 บาท ลูกค้าต้องบริการตัวเอง มีอาหารให้เลือก 8 อย่าง แถมผักสดจิ้มน้ำพริกกะปิ คนงานตกงานหิวข้าวให้กินฟรี ไม่คิดหวังกำไร จากการสอบถามสองตายาย บอกว่า พออยู่พอกินก็พอแล้ว ชีวิตในอดีตรู้รสชาติของความยากจนมาแล้ว เคยเข้าหุ้นหลานเขยทำธุรกิจสัมปทานไม้อัด ร่ำรวยมหาศาล หลังเจอพิษมรสุมพายุเกย์ซัดกระหน่ำเรือขนาดใหญ่ยาวประมาณ 40 วา บรรทุกไม้ซุงเต็มลำเรือ 4 ลำ จมหายไปในทะเล ธุรกิจล่มสลายต้องขายหมดทุกอย่าง มูลค่านับพันล้านใช้หนี้ธนาคาร กลับมาพบกับความยากจนรอบสอง นายพินิจ หรือ ลุงข้วน วรานุตระกูล วัย 77 ปี และ นางสุนันท์ หรือ ป้าปุ๊ก วรานุตระกูล วัย 65 ปี สองตายายยึดอาชีพขายข้าวราดแกงรายนี้ไม่มีชื่อร้าน ตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิท ต.กะเฉด อ.เมือง จ.ระยอง เลยสัญญาณไฟแดงสี่แยกกะเฉดไปทาง อ.แกลงประมาณ 200 เมตร คนแน่นร้านทุกวัน ป้าปุ๊ก ได้เล่าชีวิตในอดีตให้ฟังว่า …

Posted in บทความทั่วไป | ไม่ให้ใส่ความเห็น

เวิล์ดเทรดเซ็นเตอร์ วันมหาวิปโยค จากปากคนไทย

เวิล์ดเทรดเซ็นเตอร์ วันมหาวิปโยค จากปากคนไทย วันที่ 11 กันยายน ปี 2001 วันนั้นตอนเช้า ผมนั่งแท็กซี่ แต่เที่ยวนี้ไม่ได้ขับเองนะ เป็นผู้โดยสารครับ วันนั้นผมไปติดต่อธุระเรื่องโรงเรียนของหลานชายผม ที่เรียนอยู่ hight school ชื่อดังของนิวยอร์ก ซึ่งอยู่ใกล้กับตึกแฝดน่ะครับ ขามาผมก็มากับหลานทางรถไฟใต้ดิน พอเสร็จธุระตอนเช้าแปดโมงครึ่งกว่าๆ เกิดขี้เกียจเดินไปขึ้นรถไฟใต้ดิน ก็เลยเรียกแท็กซี่ไป queen ซึ่งเป็นย่านที่ผมอาศัยอยู่ ผมบอกให้แท็กซี่ขึ้นสะพาน brooklyn bridge แล้วเข้า bqe expressway พอแท็กซี่เข้า west street หรือด้านใต้ของ westside highway ซึ่งเป็นที่ตั้งของตึก wtc ไม่ทันสักสองนาที ผมก็ได้ยินเสียงสนั่นกัมปนาทเหมือนระเบิด อย่างที่เราเคยเห็นในหนัง แต่นี่เป็นเสียงจริงๆ สดๆ ผมก็เดาไม่ได้ว่าเสียงเกิดจากอะไร อย่างไร ในเวลานั้น รถที่ขับบนถนนมาด้วยกันก็เบรกแบบกะทันหัน แล้วก็จอดกันหมด ผมก็ยังไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น แต่คนขับแท็กซี่ผิวดำโผล่หน้าไปดูแล้วอุทานเสียงลั่น … โอ มายก๊อด … แล้วกระโดดออกจากรถ คนขับคันอื่นที่ผมเห็นก็ทำแบบนั้นกันหมด ตอนนั้นผมก็ออกจากรถแบบงงๆ ด้วย เห็น คนชี้ไปที่ตึก wtc ผมก็แหงนดูด้วย โอ๊ย….น่ากลัว น่าระทึกขวัญที่สุด ภาพตึกหมายเลขหนึ่ง หรือ north tower ส่วนเกือบค่อนสุดยอดตึก เห็นจากด้านนอกตึก เหมือนกับแหว่งเว้าทะลุเข้าไปด้านใน เห็นไฟลุกแดง ฉานปนกับกลุ่มควันดำทึบลอยเร็วสะบัดๆ ขึ้นท้องฟ้า ในเช้าที่อากาศสดใส เพิ่งจะเริ่มต้นฤดูใบไม้ร่วงของเดือนกันยายนไม่นาน คนที่เห็นเหตุการณ์เช่นเดียวกับผมนั้น ไม่มีใครรู้สาเหตุครับ ผมก็อยากรู้อยากเห็น ก็เดินไปให้ใกล้กว่านั้น …

Posted in บทความทั่วไป | ไม่ให้ใส่ความเห็น

ประวัติเจงกีสข่าน

ประวัติเจงกีสข่าน ทำไม? โลกจึงยกย่อง เจงกิสข่านเป็นบุคคลแห่งสหัสวรรษ สหัสวรรษที่แล้วผ่านไป พร้อมกับการสิ้นสุด ของศตวรรษ มีการคัดเลือกบุคคลดีเด่นแห่งศตวรรษ และสหัสวรรษ คือรอบร้อยปี และพันปีไปเรียบร้อยแล้ว ตำแหน่งบุคคลแห่งศตวรรษได้แก่ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ส่วนบุคคลแห่งสหัสวรรษนั้น คิดกัน เถียงกัน และทะเลาะกันอยู่นานกว่าจะลงมติกันได้ว่า ตำแหน่งบุรุษแห่ง สหัสวรรษนั้นสมควรมอบให้แก่ เจงกิสข่าน มหาจักรพรรดิของโลกชาวมองโกเลีย เหตุผลในการยกย่อง ให้เจงกิสข่านเป็นบุคคลโดดเด่น ในรอบพันปีนั้นมีมากมาย ซึ่ง ไทยรัฐ ซันเดย์ สเปเชียล โดยทีมงาน ต่วย’ตูน จะได้ ประมวลมานำเสนอคุณผู้อ่านให้ได้ทราบชัดๆ เป็นหัวข้อว่า ทำไมจึงมีการมอบตำแหน่งเกียรติยศ ในรอบสหัสวรรษ ให้แก่บุคคลผู้นี้ดังนี้ ด้านรัฐศาสตร์ เจงกิสข่านสามารถรวมเผ่ามองโกล ที่มีอยู่มากมายหลายเผ่าเข้าเป็นสมาพันธ์ชาวเผ่าได้ตั้งแต่มีวัยเพิ่งแตกพาน นับเป็นสมาพันธ์แห่งแรกของโลกก็ว่าได้ และต่อมามีการรวมตัวสมาพันธ์ดังกล่าว เข้าเป็นอาณาจักรเดียวกัน โดยมีเจงกิสข่านเป็นกษัตริย์องค์แรก มีการขยายอาณาจักรออกไปเรื่อยๆ จนอาณาเขตด้านตะวันออก จดชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ด้านตะวันตกทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มองโกเลีย กลายเป็นมหาจักรวรรดิขึ้นในเวลาต่อมา นอกจากการขยายอาณาจักรออกไปได้กว้างไกลแล้ว ยังรวบรวมช่างฝีมือ และผู้มีศิลปวิทยาการด้านต่างๆ ส่งกลับมายังมองโกเลียด้วย นอกเหนือจากทรัพย์สินเงินทอง ที่ยึดมาได้จากการบุกโจมตีอาณาจักรต่างๆ ด้านการศาสนา โดยปกติชาวมองโกเลีย นับถือศาสนาพุทธ และลัทธิ “เต็งกรี” หรือ ลัทธิบูชาเทพ ชาวมองโกเลีย นับถือเจงกิสข่าน เป็นเทพองค์หนึ่ง เป็นเทพชั้นราชาแห่งสวรรค์ แต่พระองค์ก็ไม่ขัดขวาง หรือกดขี่ศาสนาอื่น ดังนั้น ในมองโกเลียจึงมีทุกศาสนา ไม่ว่าพุทธ อิสลาม คริสต์ หรือลัทธิเต็งกรี แม้แต่ในพระบรมราชวงศ์ ของเจงกิสข่านยังมีผู้นับถือศาสนา กันเกือบทุกศาสนา ด้านการทหาร ในยุคของเจงกิสข่าน …

Posted in บทความทั่วไป | ไม่ให้ใส่ความเห็น

ผู้หญิงชื่อ Kim phuc

ผู้หญิงชื่อ Kim phuc Forgive & Forget ‘อภัยว่ายากแต่ลืมยากกว่า ชนะด้วยการเผชิญกับความเจ็บปวด อภัยได้โดยไม่ต้องลืม’ ‘คิมฟุค‘ คือใคร ก็ลองหลับตานึกย้อนไปตอนสงครามเวียดนามซีครับ มีภาพอยู่ภาพหนึ่งที่เผยแพร่ – โด่งดังจนได้รับรางวัลระดับโลก หนังสือพิมพ์บ้านเราก็ยังเอามาลงหน้า ๑ อยู่บ่อยๆ ภาพที่เด็กหญิงคนหนึ่ง เนื้อตัวล่อนจ้อน ตื่นตระหนกตกใจ ยืนร้องไห้อยู่กลางถนนคนเดียว ท่ามกลางความสับสนอลหม่านของชาวบ้านที่แตกฉานซ่านเซ็นหนีตาย ท่ามกลางควันโขมงจากไฟระเบิดนาปาล์มของสหรัฐ คิมฟุค วันนี้ คือเด็กหญิงเหยื่อสงครามผู้ ‘บ้านแตก-สาแหรกขาด’ ครั้งนั้น สิ่งเดียวที่ ‘คืนชีวิต’ แท้จริงให้กับเธอ ณ วันนี้ คำเดียวสั้นๆ คือ ‘ อภัย ‘ วันนี้ผมมีเรื่อง ‘คิมฟุค’ จากอินเทอร์เน็ตลอกมาเล่าสู่กันฟัง ‘คิมฟุค’ คือใคร เอาไว้ท่านอ่านดูเองแล้วกัน ‘คิมฟุค’ คือเด็กหญิงชาวเวียดนามใต้คนนั้น ซึ่งช่างภาพอเมริกันได้ถ่ายไว้ ขณะที่เธอและเพื่อนบ้านกำลังแตกตื่นหนีภัย แม้เธอ จะรอดตายจากระเบิดนาปาล์มที่ทิ้งลงหมู่บ้านของเธอ แต่ไฟก็ได้เผาลวกผิวหนังของเธอถึง ๖๕% เธอต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลถึง ๑๔ เดือน และผ่านการผ่าตัดถึง ๑๗ ครั้ง กว่าจะหายเป็นปกติ เธอยังโชคดี เมื่อเทียบกับลูกพี่ลูกน้องอีก ๒ คน ซึ่งตายเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว นั่นคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ.๒๕๑๕ เมื่อเวียดนามกลายเป็นคอมมิวนิสต์ ๓ ปีต่อมา ก็ไม่มีข่าวคราวของเธอปรากฏสู่โลกภายนอกอีกเลย แต่แล้ววันหนึ่งในปี พ.ศ.๒๕๓๙ คิมฟุคก็ได้มาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าชาวอเมริกัน ซึ่งเคยผ่านสมรภูมิเวียดนาม เธอได้รับเชิญให้มาพูดเนื่องในโอกาสวันทหารผ่านศึก ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. การได้มาเผชิญหน้ากับบุคคล …

Posted in บทความทั่วไป | ไม่ให้ใส่ความเห็น

ซ า ก

ซ า ก โดย ปูนิ่ม@ฉงเต๋อ.คอม ไม่มีอะไรมากครับ …. มันก็ไม่ได้ต่างอะไรกับกระทู้เศษมนุษย์ ซักเท่าไหร่หน่ะครับ แต่กระทู้นี้มาเป็นตัวตัว (โอ๋วยยย ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี ดูกันเองดีกว่าครับ) จากวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี (ต้นเมษา 51) ใช่ครับวันนี้ผมเอารูปซาก มาให้ดูกัน (ซากศพนี่แหล่ะครับ) เจ้าของศพเค้าตั้งใจไว้ว่า ซากของเค้าจะได้เป็นอุทาหรณ์ แก่หลายหลายท่าน แก่หลายหลายมุมมอง แก่หลายหลายแนวคิด กับหลายหลายชีวิต นะครับโผ๊ม (อ่อ ผมเคยเห็น FW mail มาเหมือนกันครับ แต่ไม่คิดว่าจะได้ไปเก็บภาพกับเจ้าตัวจริงจริงของเค้ากับมือหน่ะ) ผมสังเกตุเห็นศพทุกศพแม้จะแห้งเห็นกระดูกก็ตามเถอะครับ แต่ก็ยังมีน้ำหรือของเหลวอะไรซักอย่างที่ดูเหมือนจะนองอยู่ปลายเท้า ของทุกศพเลยครับ พวกเค้าต้องเสียชีวิตเพราะ เชื้อ HIV หรือเสียชีวิตเพราะภัยตัวเอง กันน่ะ (แต่ก็ไม่เสมอไปครับ …. เพราะบางรายก็ติดโดยไม่รู้เรื่องอะไรเลยก็มี) ผมยืนสังเกตุอยู่นานครับ พบว่า …. ท่านผู้นี้ มีรอยสักอยู่เต็มลำตัวเลย สักกันคมหอกคมดาบ สักกันของเข้าตัว สักกันกระสุน ไม่น่าเชื่อน่ะครับ ว่าในที่สุดก็ต้องมาเสียชีวิตเพราะ เชื้อโรคตัวเล็กเล็ก (ก็การสักไม่ได้กัน HIV นี่ครับผม อื่ม) กรณีท่านผู้นี้ ก็สักเหมือนกันเนาะ (อื่ม ยังมีเค้าโครงหน้าตาอยู่ครับ) ผู้หญิงคนนี้ เธอยังมีหน้าอกเป็นวงกลมอยู่ด้วยหน่ะครับ ผมก็เลยเพ่งดู หน่อยนึ่ง เข้าใจได้ว่า นั่นคือร่องรอยของซิลิโคนครับ (เห้ออออ ….. เอาไปด้วยไม่ได้จริงจริงครับ) กรณีเดียวกันเลยขอรับ (หื้อ …. น่าเห็นใจ) ผู้หญิงคนนี้เธอติดจากสามีครับ … ให้เห็นว่า การรักเดียวใจเดียว …

Posted in บทความทั่วไป | ไม่ให้ใส่ความเห็น

เศษมนุษย์

เศษมนุษย์ โดย ปูนิ่ม@ฉงเต๋อ.คอม จากชื่อกระทู้ … ป่าวด่าใครน่ะครับท่านผู้อ่าน พอดีผมมีโอกาสได้ติดตามนายไปงานต่างจังหวัด ก็เลยแวะไปดู วันพระบาทน้ำพุ (ซักกะหน่อย) นอกจากจะได้เห็น ศพที่เอามาโชว์แล้ว ยังมี เศษ ชิ้นส่วนมนุษย์ ที่เอามาดองตังโชว์ไว้ มีเหรอครับ ว่าผมจะพลาดเอามาฝากกัน ….. อื่ม ….. ใจไม่ถึงห้ามคลิก (อ๊าก…. ไม่ทันแระ) ด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์ ครับ หึหึหึ เหมือนยังไม่มีอะไรที่บ่งชี้ว่ามันน่ากลัวเน่อะ อว่า …. นี่ครับอะไรก็ไม่รุ อยู่ในขวดโหล เข้าไปดูไกล้ไกล้กันดีก่า (อ๊ากกกกกกกก ….. ชัดเจนมากครับ) หัวใจ …. อยากเห็นชัดกว่านี้ครับ เพราะมีแต่คราบเลือดเกาะอยู่กับขวดโหล ก็เลยเห็นไม่ชัดหน่ะครับ (เอาเถ๊อะ ….. ขนาดเห็นไม่ชัด เข้าไปถ่ายใกล้ใกล้ก็ยังใจหวิว สั่นสั่นไงไม่รุหล่ะครับ) ผิวหนัง ….. หึหึหึ (รู้เลยว่าเป็นส่วนสะดือและหน้าท้อง) เข้าไปใกล้อีกนิ๊ด …. เพื่อรายละเอียด (หวั่นมากครับ) กระเพาะอาหาร (อันนี้ก็มัวมากครับ …. มีแต่คราบเลือดมองไม่เห็นหง่ะ) ป๊าดดด … อันนี้มันชัดมากเลยครับ (ดูแล้วไม่ได้ต่างจากของสัตว์เลยเน่อะ ….. อูแห่วะ) ไส้ติ่งครับ ….. มันใหญ่อย่างนี้อยู่แล้ว หรือว่า … มันปวมหล่ะเนียะ (เห่อะเห่อะ) แล้วนี่ก็ลำไส้ครับ ลำไส้ใหญ่ (ไม่ได้ต่างจากหมูกะวัวเลยเน่อะ เครื่องในเราเนี๊ยะ) นี่ครับ เท้า เห่อะเห่อะ นี่ครับ (ทำเอาผมอึ้งเลย) …

Posted in บทความทั่วไป | ไม่ให้ใส่ความเห็น